bannera1 bannera1 bannera1
7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง

คงมีไม่กี่คน.. ที่เคยเป็นหนี้กว่า 10 ล้าน  ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี..
ยิ่งด้วย.. อายุยังไม่เท่าไร แถมเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว
การกลับมาได้… ต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งจริงๆ
เป็น เรื่องราวการทำธุรกิจ “ที่น่าศึกษา” อย่างยิ่ง , อะไรที่ทำให้เธอกลับมาได้  ไปไขรหัสลับความสำเร็จ ได้เลยครับ

7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

จบมหาลัย.. จับธุรกิจส่งออก…
    ไม่แตกต่างจาก ปุถุชนคนทั่วไป “คุณกิ๊บ” หรือ “ธัญญ์นภัส ธนอัครเศรษฐ์” เรียนและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อปี พ.ศ. 2550 ที่จะต่างจากคนอื่นหน่อย… ก็ตรงที่  ไม่คิดจะทำงานประจำกินเดือน คิดว่าจบแล้ว จะมาทำธุรกิจส่วนตัวเอง (แต่หาประสบการณ์ด้วยการไปเป็นเซลล์อยู่ 1 ปี) จากนั้นจึงเริ่มมาทำธุรกิจของตนเอง

    ธุรกิจตัวแรกที่ทำ ก็คือ “รีไซเคิลเม็ดพลาสติกส่งออก” เปิดเป็นบริษัทส่งออกเม็ดพลาสติก ซึ่งทีแรกคิดว่า ที่บ้านทำพวกพลาสติกอยู่บ้างน่าจะพอหาความรู้ได้ไม่ยาก  ที่ไหนได้..  ดันเป็นคนละประเภทกัน  ทำให้ต้องหาความรู้ใหม่ ทั้งหมด

   เปิดมา 7 เดือน ถึงเริ่มมี “ออร์เดอร์แรก” เข้ามา..  แต่โถเจ้าประคุณ.. เล่นสั่งมา 80 ตัน ( 80,000 กิโล) คิดเป็นเงินราวเกือบ 3 ล้าน (ถ้าขายได้จะได้กำไร 2 แสนบาท)  แล้วจะเอาเงินไหนมาซื้อของเข้า ทั้งที่มี L/C มาแล้วด้วย , ( L/C : letter of credit )

“ใช้ L/C ให้เป็นประโยชน์”
  จึงไปคุยเฮียเจ้าของโรงงานเม็ดพลาสติกท่านหนึ่ง ว่าจะขอเอาของไปก่อน แล้วพอได้เงินมาก็จะนำมาใช้ให้ เพราะได้ L/C มาแล้ว , ซึ่งเฮียเขาก็ให้มา  ทำให้เริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“เจอผลกระทบค่าเงินบาทแข็ง”
  ในออร์เดอร์ที่ 5 เจอเรื่องค่าเงินบาทแข็ง อย่างจัง  จากที่เคยมีกำไร 1 – 3 บาท /กิโล  , กลับขาดทุน  เลยต้องไปขอเฮียเจ้าของโรงงาน ว่าให้ช่วยลดราคาให้หน่อย  ซึ่งเฮียเขาก็ลงราคาให้  แต่เขาดันลดคุณภาพด้วยซิ “งานเข้าเลย”  โดนลูกค้าต่างประเทศปรับเงินเป็นเงินเกือบล้าน , ยังดีที่เฮียเจ้าของโรงงาน ช่วยออกกันคนละครึ่ง , ในรอบต่อๆมา.. ของที่สั่งให้เฮียไปก็ยังไม่ตรงสเปค ที่สั่ง  เป็นเหตุให้ลูกค้าไม่สั่งของอีกเลย มีอันต้องเลิกรา…

 7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

เอาบ้านเข้า “Bank” ลงทุนเปิดร้านเสื้อผ้าที่สยาม
    ธุรกิจแรกจากไป…  ก็หันมาสู้ต่อกับธุรกิจที่สอง…
    ด้วยไอเดียจากรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่ขายส่งเสื้อผ้าที่ตลาดจตุจักร ทำกำไรเดือนละแสน

“จับตลาดผิด”
   คุณกิ๊บ เล่าต่อว่า ตอนที่รุ่นพี่แนะนำ  รุ่นพี่เขาทำแบบ “ขายส่ง” แต่พอตัวเองมาทำ , กลับทำแบบ “ขายปลีก” ซึ่งมันคนละรูปแบบธุรกิจกันเลย (เมื่อย้อนคิดไปในอดีต )
    การเปิดร้านขายเสื้อผ้าของ “คุณกิ๊บ” นั้นไม่มีเงินลงทุนเลย เพราะหมดไปกับธุรกิจแรก เลยต้องไปขอบ้าน  ของคุณแม่แฟน มากู้กับธนาคาร ซึ่งคุณแม่ก็ยินดี เพราะอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ มีธุรกิจเป็นของตัวเองให้ได้ จึงได้เงินกู้มาจำนวน 3.5 ล้านบาท

“ปัญหายังอีกเพียบ”
  ในการเปิดร้านเสื้อผ้าที่สยาม นั้นไม่ง่าย ทุกปัญหาพุ่งตรงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว , ทั้งเรื่องค่าเช่าที่สูงมาก , ทั้งเรื่องการโกงจากช่างตัดเย็บบ้าง เบิกเงินไปหมด แต่หนีหายไม่ส่งงาน , พอได้ช่างมาใหม่ ก็ตัดเย็บไม่ตรงตามสเปกบ้าง  ใช้เวลายื้อธุรกิจกว่า 1 ปี ก็ต้องปิดตัวลง… (นับรวมหนี้ในตอนนี้  มีราว 4 ล้านบาท)

 7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

ท้อ.. แต่ไม่ถอย…
   เมื่อล้ม.. อารมณ์ท้อก็มีบ้าง
   “คุณกิ๊บ” จึงไปบวชชีพารณ์อยู่ 7 วัน , เมื่อออกมาแล้ว ทำให้จิตใจสงบ ตั้งสติได้ และคิดว่า “ ป๊า กะ ม้า ของเราก็ยังทำงานอยู่ทุกวัน ”  ถ้าเรายอมแพ้วันนี้หรือ…  แล้วบ้านแม่แฟนหล่ะ ก็ต้องโดนยึด..  แล้วจะไปอยู่ที่ไหน..  เมื่อคิดได้.. ก็ฮึดสู้อีกครา.. 


Advertisements

ยังสู้ต่อ… เปิดโรงงานรีไซเคิลพลาสติกเองเลย
   การต่อสู้ครั้งนี้ คิดว่าจะเปิดโรงงานรีไซเคลพลาสติกเองเลย งานนี้เตรียมความพร้อมทุกด้าน..  ก็เลยไปยืมเงินจากญาติ  เพื่อมาลงทุนเครื่องจักรต่างๆ เช่น เครื่องล้างพลาสติก , เครื่องหลอมพลาสติก , เครื่องอัดเม็ดพลาสติก เป็นต้น
   ครั้งนี้มีฐานลูกค้าเก่าจากต่างประเทศ  คงช่วยสั่งสินค้าได้  ทำให้ยอดส่งออกเริ่มไปได้
   แต่ทำได้อยู่ 5 เดือน , ก็เจอคู่แข่งจากจีน เข้ามากว้านซื้อพลาสติกเก่าไปหมด ด้วยการให้ราคาที่รับซื้อสูงกว่า จึงทำให้ไม่มีวัตถุดิบ ไม่มีสินค้าจะส่งออก  เป็นอันต้องเลิกกิจการไป…

   คราวนี้..  แบกภาระหนี้สินกว่า 8 ล้านบาท ถ้าคิดรวมกับดอกเบี้ยด้วยก็เกือบ 10 ล้านบาท แล้ว…

 7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

โต๊ะ 1 ตัว ก็เปิดร้านได้
    ชีวิตยังต้องดิ้นต่อไป..  
    เมื่อจบจากหนึ่งธุรกิจ…  ก็มาทำอีกธุรกิจ…
   เมื่อคุณป้าชวนให้มาขายของที่ตลาดสำเพ็ง ซึ่งคุณป้าเปิดร้านขายที่ตลาดสำเพ็งอยู่แล้ว  โดยจะแบ่งพื้นที่หน้าร้าน ให้ตั้งโต๊ะขายของ
“คุณกิ๊บ” เปิดร้านครั้งใหม่ด้วยโต๊ะตัวเล็กๆ กับ สินค้าประเภทเครื่องสำอาง ซึ่งไม่ถนัดเอาซะเลย อีกทั้งรายเล็กๆ จะต่อสู้รายใหญ่ได้ยาก จึงต้องเปลี่ยนแปลง…

 7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”
เม็ดบีท uv เปลี่ยนสีได้

จับกระแสได้.. ก็จับจะเงินล้านได้..
    ระหว่างที่ขายอยู่ที่ “ตลาดสำเพ็ง” คุณกิ๊บ สังเกตว่า มีกระแสคนชอบ “เม็ดบีท” คือ ลูกปัดพลาสติกสี ที่สามารถนำมาร้อยเป็นเครื่องประดับต่างๆ  ทำให้หันเหมาขายเม็ดบีทดูบ้าง ก็ทำให้เริ่มขายดีขึ้น
    คราวนี้จึงเริ่มมองหาตัวสินค้า ว่าตัวไหนที่กำลังมา ก็หามาขาย ให้ตรงกับความต้องการลูกค้า
    ทำให้ยิ่งขายดีขึ้นเลย.. ใช้เวลาเพียง 5 เดือน  ,จากการขายแบบโต๊ะตัวเดียว ก็ไปเช่าเป็นร้านขาย

 7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

พี่กิ๊บ ร้านชวา สินค้าโดนใจ , สายสัมพันธุ์ถึง…
    เมื่อรู้อารมณ์ตลาด การค้าก็ฉลุย…
    คุณกิ๊บ เริ่มจับสินค้าใหม่ๆ ที่โดนใจลูกค้า..  ลูกค้าอยากได้อะไร..  ถ้าพูดเหมือนกันซัก 5 คน  , ต้องรีบหามาขายทันที
   “สินค้าที่ขายดีมาก” คือ สควิชี่ (Squishy) หรือ ฟองน้ำที่ทำเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น ขนมปัง , ขนมเค้ก , ตุ๊กตา พวกเด็กชอบมากๆ  โดยส่วนใหญ่ร้านในสำเพ็งมีขายสควิชี่กันหลายร้าน แต่เป็นของจีน
    สำหรับร้านชวา “คุณกิ๊บ” ได้สั่งนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น และ ฮ่องกง ที่อาจมีราคาต้นทุนสูงกว่า แต่ก็จะได้คุณภาพที่ดีกว่า แถมยังมีแบบใหม่ๆ  ให้เลือกเยอะ ทำให้เป็นที่ถูกใจของลูกค้า
    ยังตามต่อมาด้วย “สไลม์” ของเล่นดินน้ำมันสีๆ , ของประดิษฐ์งาน Diy , ตุ๊กตาพวงกุญแจ , ของประดับมือถือ เป็นต้น

 7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

เคล็ดลับการขาย คือ “ได้ใจลูกค้า”
หลักการขายของ  ของ “คุณกิ๊บ” คือ เน้นไปที่สายสัมพันธ์ที่มีต่อลูกค้า ลูกค้ามีตั้งแต่อายุ 8 ขวบ  ไปถึง 50 – 60 ปี ก็มี

ลูกค้าที่เป็นเด็กๆ จะขี้อ้อน อยากได้แบบโน้นบ้าง.. อยากได้แบบนี้บ้าง..
คุณกิ๊บ ก็จะตามใจลูกค้า สรรหาสิ่งที่ต้องการมาให้..  (กลายเป็นนางฟ้า… ของน้องๆ ไปในบัดดล...)

ส่วนลูกค้าที่ซื้อไปขาย..  “คุณกิ๊บ” ก็จะคอยแนะนำ เหมือนเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ
ด้วยคุณกิ๊บ กล่าวอยู่คำหนึ่งว่า “เราล้มมาเยอะแล้ว ไม่ยากให้เขาล้มเหมือนเรา”

คำถามที่ลูกค้าส่งต้องเจอเสมอๆ ก็คือ
   – มีงบเท่าไหร่
   – หนูจะเอาไปขายที่ไหน , ตลาดนัดต่างจังหวัด , ตลาดออฟฟิศ
   – ก็จะบอกไป ว่าตัวนี้เอาไปขายได้ , ตัวนี้อย่าเอาไป ขายไม่ได้  ( กลายเป็นที่ปรึกษาชั้นดี… )


Advertisements

ปลดหนี้ 10 ล้าน ภายใน 9 เดือน
    จากการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และ วางตัวเป็น “เพื่อน และ พี่” มากกว่าแค่จะเป็นคนซื้อ-ขายของ กันเท่านั้น  ทำให้มีลูกค้ามากมาย ยอดขายก้าวกระโดดอย่างชัดเจน  ในวันที่ขายดีมากๆ สามารถขายได้ถึง 200,000 บาท/วัน
    อีกทั้งยังมี “order” มาจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ลาว , เวียดนาม , มาครั้งละจำนวนมากๆ  ทำให้สามารถปลดหนี้ 10 ล้านบาท ภายในเวลา 9 เดือน.. ( โอ้…ว้าว )

 7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

เคล็ดลับ… การตลาดที่ไม่ต้องทำเอง
      จุดสำคัญอีกจุด คือ เรื่องการทำตลาด,การประชาสัมพันธ์ “ร้านชวา” จะมีคนบอกต่อกันมาก โดยเฉพาะในหมู่เด็กๆ  ซึ่งเกิดจากสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า  “ ที่น้องมีให้กับพี่ ” เมื่อพี่ดีกับน้อง  น้องเขาก็ช่วยส่งเสริมพี่

    “คุณกิ๊บ” เล่าว่า เด็กๆ เขาจะทำรีวิวสินค้าให้ , ทำรีวิวบนยูทูบให้บ้าง , ซื้อสินค้าไปแล้ว ก็โพสให้ว่าซื้อมาจากไหน ดีอย่างไร , หนักเข้า ถึงขั้นทำวิดีโอแนะนำการเดินทางไปร้านชวา โพสบน youtube เลยทีเดียว…
    จากหนึ่งกลายเป็นสอง จากสองกลายเป็นสี่ และก็แพร่ไปบนโลกออนไลน์ ทำให้เกิด  “การตลาดที่ไม่ต้องทำเอง”

7 ปี , 3 ธุรกิจ , ขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไปขายของที่ “สำเพ็ง”

      จากเรื่องราวที่แสนทรหดของ “คุณกิ๊บ” หรือ “ธัญญ์นภัส ธนอัครเศรษฐ์” การต่อสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ การค้นหาหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ เป็นเรื่องราวที่น่านำเอามาเป็นแรงบันดาลใจ  เมื่อมีคนหนึ่งทำได้ คนอื่นๆ ก็ต้องทำได้เหมือนกัน..  “การต่อสู้พึ่งเริ่มต้น ความสำเร็จยังรออยู่ข้างหน้า จงก้าวต่อไป ทาคาชิ” เมื่อนั้นความสำเร็จก็จะเป็นของเราบ้าง…  อาซาดะ..

เขียนโดย อาซาดะ ริวอิจิ
ลิขสิทธิ์โดย ทำเลขายของ.com

ข้อมูลธุรกิจ
ร้านชวา
โทร.085-336-6212
FB:https://www.facebook.com/chawasampeng

copyright

Leave a comment

E-mail ของคุณจะไม่แสดงขึ้นมาก.

*

กรอกเป็นตัวเลข * Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.