bannera1 bannera1 bannera1
“ถ้าไม่มีทุน...ทำอะไรก็ไม่ได้”....“ 2 คน กับ โอ่งมังกร” 4 เทพ ที่ไม่มีทุน...

“ถ้าไม่มีทุน…ทำอะไรก็ไม่ได้” (2 คน กับ โอ่งมังกร)[4 เทพ ที่ไม่มีทุน…]

“ถ้าไม่มีทุน…ทำอะไรก็ไม่ได้” “ 2 คน กับ โอ่งมังกร” 4 เทพ ที่ไม่มีทุน

“สตีท จอบส์” เปิดบริษัทครั้งแรกในโรงรถ ก็ไม่มีทุน…

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” เปิดตัว facebook ครั้งแรก
ในห้องพักของเขาที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ก็ไม่มีทุน…

“เฮียนพ” เลิกขับวิน มาขายหมูปิ้งที่หน้าหอ ก็ไม่มีทุน…

“เจ้จง” เลิกคิดฆ่าตัวตาย หันมาขายหมูทอด เจ้เค้ามีทุนซักกี่บาท…

อย่าให้..คำว่า “ไม่มีทุน” มาเป็นอุปสรรค
เพราะอุปสรรคที่แท้จริงของคุณ คือ “ไม่มีใจ” มากกว่า…


Advertisements

    อุปสรรค…ยอดฮิต ของผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ คือ “ก็ผมไม่มีทุน”  “ถ้ามีทุน ผมทำไปนานแล้ว” , “ก็ใช่ซิ…ก็เค้ามีทุน” “ถ้ามีทุนเท่าเขา…เราก็ทำได้”

    หาก… ผู้เขียนมีอำนาจวิเศษ จะเสกให้…เพื่อนๆ คนที่คิดว่าตัวเองไม่มีทุน ให้มีทุนพอที่…จะประกอบธุรกิจได้เลย แต่ถึงเสกให้ได้ ก็ขาดทุนอยู่ดี เพราะอะไร….นั่นหรือครับ

   เพราะ…คนที่เขาประสบความสำเร็จทางธุรกิจ เขาไม่ได้เริ่มต้นได้ด้วยทุน เป็นปัจจัยสำคัญ..

 

 แค่คิดก็ผิดซะแล้ว…

บ้างที…จะพูดอะไร ที่เค้าเชื่อไปแล้ว คงเปลี่ยนความคิด เขาได้ คงยาก…
ขอเปรียบ…ด้วย 2 คน , กับ โอ่งมังกร”  (เผื่ออาจเปลี่ยนใจ)

พี่บี-มนุยษ์เงินเดือน กับ ตี๋น้อย-ขายปลาแผ่นกรอบ

    พี่บี-มนุยษ์เงินเดือน อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่คิดว่า…ตัวเองไม่มีทุน ตั้งใจทำงานซัก 2-3 ปี เก็บเงินทุนให้ได้ 100,000 นึง จะได้ไปทำธุรกิจ , ผ่านไป 3 ปี , พี่บีเก็บเงินทุนได้หนึ่งแสนตามที่ตั้งใจ เลยไปเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย..

    ผ่านไปไม่มีกี่เดือน…ก็เจ๊ง , เงิน 1 แสน หมด , ต้องกลับไปทำงานประจำต่อ..

ส่วนอาตี๋น้อย-ขายปลาแผ่นกรอบ

    หัดค้าขายตั้งแต่ ตัวเล็กๆ , ขอเงินพ่อกับแม่มา 500 บาท ไปซื้อปลาหางนกยูงมาเลี้ยง จนเริ่มเพาะพันธุ์ได้ , ได้ปลาหางนกยูงจำนวนมาก ก็เลยนำไปขายเพื่อนๆต่อ ได้เงินมาอีกหลายเท่าตัว

    โตขึ้นมาอีกหน่อย.. เริ่มหาของใหม่ๆ มาขาย เพราะคิดว่า…ถ้าขายเหมือนคนอื่น มันอาจขายไม่ค่อยได้… วันหนึ่ง…ตี๋น้อย ได้กินปลาแผ่นกรอบ แล้วรู้สึกว่าอร่อย… “แต่ถ้ากรอบกว่านี้…แล้วเป็นรสลาบ” คงอร่อยสุดๆ…

    ตี๋น้อย…เริ่มหาความรู้ จากอินเตอร์เน็ต แล้วเอาปลาแผ่นเดิมมาปรับปรุงรสชาติ และเพิ่มความกรอบ จนเป็นที่น่าพอใจ ใส่บรรจุภัณฑ์ แล้วเริ่มวางตลาด แนวโน้มไปได้สวย

 “โอ่ง กับ น้ำ”

เพื่อนๆ เห็นอะไร ไหมครับ , คนหนึ่งตั้งต้นจาก “เงินทุน” ส่วนอีกคนตั้งต้นจาก “ประสบการณ์-การฝึกฝน”

หากเปรียบ…
“ทุน คือ น้ำ”
“โอ่ง คือ ความรู้และประสบการณ์”

    พี่บี-มนุยษ์เงินเดือน มีน้ำ(เงินทุน)เยอะกว่า ตี๋น้อยหลายเท่าตัว แต่กับมีโอ่งขนาดเล็กมากๆ ให้เติมน้ำไปมากมายแค่ไหน… ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

    ผิดกับตี๋น้อย… ที่มีน้ำ(เงินทุน)เพียงเล็กน้อย แต่ได้เปลี่ยนขนาดโอ่ง…เลยมา จนโอ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเลยๆ เติมน้ำได้เรื่อยๆ จนน้ำนั้นเยอะขึ้น-เยอะขึ้น  มากกว่าพี่บี-มนุยษ์เงินเดือน เสียอีก…


Cr : https://th.wikipedia.org/wiki/สตีฟ_จอบส์

2 เทพ ฝั่งตะวันตก apple , facebook

   ลองมาดู…พวกขั้นเทพกันบ้าง พี่ สตีเวน พอล จอบส์ (Steven Paul Jobs) หรือที่รู้จักในชื่อ “สตีฟ จอบส์” ชื่อนี้ทุกคนรู้จักกันดี ส่วนอีกคน มาร์ก เอลเลียต ซักเคอร์เบิร์ก ( Mark Elliot Zuckerberg) ผู้ก่อตั้ง facebook สองคนนี้ เขาเริ่มต้นธุรกิจของเขาด้วยจุดเริ่มต้นเล็กๆ คนหนึ่งในโรงรถ อีกคนในหอพัก

   ซึ่ง…เพื่อนๆ หลายคนอาจคิดอยู่…ในใจ ก็ใช่ซี้… 2 คนนี้ เค้าเทพอัฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ จับเทรนด์ถูกก็กลายเป็นผู้นำตลาดได้ทันที

งั้นเราไปดู… อีก 2 คน ฝั่งไทยแลนด์…แดนสยามกันบ้าง


Cr : https://th.wikipedia.org/wiki/มาร์ก_ซักเคอร์เบิร์ก

2 เทพ ฝั่งตะวันออก ไทยแลนด์สไตล์

“คน 1 คือ เฮียนพ” ,

    เฮียนพ เรียนจบแค่ ม.3 เคยทำทั้งงานก่อสร้าง ทั้งโรงงาน เป็น รปภ , ขับแท็กซี่ , ขันวินมอเตอร์ไซต์ จนมาขายหมูปิ้ง ที่ใต้แฟลต

    เฮียนพ…พลิกจากขับมอเตอร์ไซต์รับจ้าง มาผลิตหมูปิ้งส่งขาย จากที่รับทำให้น้องสาว เพียงวันละ 5 กิโล , วันหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งมาถามหา…ต้องการรับไปขายบ้าง เพราะกินแล้วอร่อย… ผู้หญิงคนนั้นสั่งหมู 1,000 ไม้ เป็นยอดแรกที่สูง จนเฮียนพตกใจ , วันต่อมาผู้หญิงคนนั้นยังมาสั่งอีก 1,000 ไม้

   จนเฮียนพ เริ่มเห็นช่องทาง…เริ่มหาคนรับไปขายเพิ่มขึ้น ไปติดต่อตามตลาดต่างๆ หาตัวแทนช่วยขาย ส่วนด้านการผลิต ก็จ้างแม่บ้านที่อยู่ในแฟลต มาช่วยเสียบ จนเดียวนี้ เฮียแก..ตั้งโรงงาน ผลิตขายเดือนละ 3 ล้านไม้ ยอดขาย 200 ล้าน/ปี

   เฮียแก…เริ่มจากหมู 5 โล นะครับ

หรือ…อย่าง อีกคน “เจ๊จง” หมูทอด…ขวัญใจพี่แมส

   เจ๊จง… เริ่มขายอาหารตามสั่ง แต่ก็เจ๊งขาดทุน ขายได้-แต่เข้าเนื้อ จนเงินทุนเริ่มหมด… ต้องกู้หนี้นอกระบบ จนถึงคิดขั้นฆ่าตัวตาย แต่ยังโชคดี…ที่จิตใต้สำนึก

   “คิดถึง…ลูก เป็นที่ตั้ง” ทำให้เกิด…แรงใจ ฮึดสู้ ค่อยๆ กลับมาแก้ปัญหา , หันหน้ามาขายของอีกครั้ง , จากข้าวเหนียวหมูย่างอย่าง จนมาขายหมูทอด ราคาไม่แพง ให้ข้าวเยอะหมูเยอะ ในราคา 30 บาท , ถุงหนึ่ง กินได้ถึง 2 คน

   จนเป็นที่กล่าวขาน….ของพี่ แมสเซ็นเจอร์ และพนักงานออฟฟิศ ในย่านพระราม 4 , ภาพพี่แมส มาต่อคิวยาวเหยียดหน้าร้านช่วงกลางวัน ยิ่งทำให้คนพูด…ถึง ว่าเจ๊แก…มีอะไรดี คนถึงขึ้นแค่นี้…

มีคนเคยแถมเจ๊จง ว่า… ขายแบบนี้..มีกำไร หรือ

   เจ๊..ตอบว่า กำไรมีอยู่แล้ว.. แต่อยู่ที่เราจะพอใจกำไรเท่าไหร่ และ ได้กำไรอะไรบ้าง…

   เจ๊…อธิบาย กำไรต่อจาน…ไม่เยอะ อาศัยต้องขายให้ได้จำนวนมากๆ ก็จะทำให้มีกำไรจำนวนเงินเอง , ส่วนอีกสิ่งที่ได้กำไร คือ “ได้กำไร ใจคน… ได้ใจลูกค้า” สิ่งนี้มีมูลค่ามากกว่าเงินนัก ยิ่งลูกค้ารักเรา เขาก็จะมาซื้ออีก แถม…จะพาเพื่อนมาซื้ออีกด้วย ไม่ต้องเสียเงินประชาสัมพันธ์ ทุนเราน้อย…ต้องใช้ให้เป็น

   ตอนนี้ เจ๊จง มีร้านอีกหลายสาขา , มีรถ-มีบ้านพร้อม , สะสมทองไว้บ้าง พอได้ทำกำไร


Advertisements

     จากทั้งหมด…ที่กล่าวมานี้ “ไม่รู้…จะทำให้เพื่อนๆ” เปลี่ยนความคิดได้มาก-น้อยแค่ไหน กับคำว่า… “ไม่มีทุน…ก็ทำอะไรไม่ได้” แต่ลองหันมามองตัวเราเอง นอกจากเงินที่เป็นทุนแล้ว เราได้เตรียมทุนอย่างอื่นๆ ไว้เพียงพอหรือเปล่า…

“ทุนประสบการณ์”
“ทุนความรู้ในการทำธุรกิจ”
“ทุนทางด้านจิตใจ ในการเผชิญหน้ากับปัญหา หรือ ความอดทน”

   “เพราะหากเรามีแต่ทุน…แต่ไม่มีใจ  จะทำอะไร…ก็พังหมดได้เหมือนกัน”

เขียนโดย อาซาดะ ริวอิจิ
ลิขสิทธิ์โดย ทำเลขายของ.com
ไม่อนุญาต “คัดลอก” รวมถึงในกรณี ที่จะใส่ลิ้งค์กลับ ก็ไม่อนุญาต เช่นกันนะครับ
อนุญาตให้ “แชร์” ได้ครับ
ขอบคุณครับ

copyright

Leave a comment

E-mail ของคุณจะไม่แสดงขึ้นมาก.

*

กรอกเป็นตัวเลข * Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.