bannera1 bannera1 bannera1
รวม 10 วิธี “หาเงิน” แบบไม่ต้องลงแรง [ ไขความลับ หาเงินล้านแบบคนรวย ]

รวม 10 วิธี “หาเงิน” แบบไม่ต้องลงแรง [ ไขความลับ หาเงินล้านแบบคนรวย ]

รวม 10 วิธีหาเงินแบบไม่ต้องลงแรง [ ไขความลับ หาเงินล้านแบบคนรวย ]

เพื่อนๆ คงเคยได้ยินบ่อยๆ … ที่คนมีสตางค์ชอบพูดกันว่า “เงินต่อเงิน”
ในตอนแรกๆ… ช่วงที่ผู้เขียนเริ่มต้นทำงานประจำ  ยังไม่เงินซักบาก ก็ไม่เข้าใจคำว่า “เงินต่อเงิน” ซักเท่าไหร่

แต่พอเริ่มมีเงินเก็บเป็นก้อน ก็พึ่งจะพอเข้าใจ..  ว่ามันคืออะไร..
เอาง่ายๆ…เลย  
มันก็ คือ การ “หาเงิน” วิธีหนึ่งนั่นหล่ะครับ

แต่เป็นการหาเงิน ของผู้ที่เขามีเงินเก็บมากพอสมควรแล้ว…
ผู้เริ่มต้น “หาเงิน” วิธีนี้  จะเริ่มคิดอยู่เสมอว่า…เงินที่มีอยู่  จะเอาทำอะไรดี ที่ทำให้เงินงอกเงยมากกว่าเดิม จากเงิน 1 แสน จะทำยังไงให้เป็นเงิน 2 แสน   แล้วจะทำยังเป็น 1 ล้าน , 2 ล้าน , 10 ล้าน ตามลำดับ

จนในที่สุด… “ผู้เริ่มต้น” ก็ข้ามเขตฐานะปานกลาง เข้าสู่โหมด… “ความร่ำรวย”
พวกเขาเหล่านั้น มีหลายวิธี “หาเงิน” แบบไม่ต้องลงแรง ไม่ต้องเสียเหงื่อ ก็สามารถทำเงินได้ อย่างสบายๆ

เขาทำกันยังไง..
ไปเริ่มหาคำตอบ… สูตรสำเร็จของคนมีตังค์ ที่เขาทำกันเลยครับ


Advertisements

เตรียมตัวกันก่อน “หาเงิน” ( เริ่มต้นจาก 0 บาท , ต้องตั้งหลักให้ดี )

เพื่อนๆ หลายคน…  คงคิดอยู่ใจว่า  “ก็ใช่ซิ  ก็เขามีตังค์ มาก่อนนี่น่า”
ซึ่งก็คิดเหมือนผู้เขียนแป๊ะ  ในช่วงสมัยที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ

“มนุษย์เลือกที่เกิดไม่ได้  แต่เลือกที่จะทำได้”
มนุษย์เกิดมาก็ : เรียน >>> ทำงานหาเงิน >>> แต่งงานมีครอบครัว >>> แล้วก็หมดลมหายใจ

การจะหาเงินแบบไม่ต้องลงแรง จึงต้องวางแผน , เตรียมตัวให้ดี ให้มีเงินก้อนแรก เพื่อมาลงทุน ดังนี้

1.) วางแผนการเก็บเงิน ( สะสมทีละน้อย ก็เป็นก้อนใหญ่ได้ )
    การหาเงิน ในช่วงเริ่มต้นของชีวิตมีหลายวิธี  บ้างคนทำงานประจำกินเงินเดือน , บ้างคนขายของ , ทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ว่าจะหาเงินแบบไหน ก็ต้องวางแผนการสะสมเงิน

ตัวอย่างที่.1
เก็บเดือนละ 1,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 12,000 บาท : ภายใน 10 ปี จะเก็บได้ 120,000 บาท

ตัวอย่างที่.2
กรณีทำงานเข้าปีที่ 5 – 6 ( เงินเดือนเพิ่มขึ้น )( ปรับการเก็บให้มากขึ้นเลยๆ )
[ ปี 1 ] เก็บเดือนละ 1,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 12,000 บาท
[ ปี 2 ] เก็บเดือนละ 2,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 24,000 บาท
[ ปี 3 ] เก็บเดือนละ 3,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 36,000 บาท
[ ปี 4 ] เก็บเดือนละ 4,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 48,000 บาท
[ ปี 5 ] เก็บเดือนละ 5,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 60,000 บาท
[ ปี 6 ] เก็บเดือนละ 6,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 72,000 บาท
[ ปี 7 ] เก็บเดือนละ 7,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 84,000 บาท
[ ปี 8] เก็บเดือนละ 8,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 96,000 บาท
[ ปี 9 ] เก็บเดือนละ 9,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 108,000 บาท
[ ปี 10 ] เก็บเดือนละ 10,000 บาท : ภายใน 1 ปี จะเก็บได้ 144,000 บาท
    รวมเงินทั้งหมดที่เก็บได้ 684,000 บาท

    ที่ยกตัวอย่างมานี้ แค่พอให้เห็นภาพ ว่าต้องตั้งเป้าในการเก็บเงินให้ชัด “เวลาผ่านไปทุกวินาที ไม่เคยย้อนกลับ” พอเรามีอายุ 32 ปี เราจะเหลือเงินเก็บเท่าไหร่  , ก็อยู่ที่การจัดสรรของเราเอง…ให้ดี นะครับ

2.) ค่าใช่จ่าย
ในช่วงเริ่มต้น “หาเงิน” นั้น , ปัญหาใหญ่ คือ “ค่าใช่จ่าย”
ที่มักจะเกินกว่ารายได้  “สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ” จึงต้องจัดการให้ดี เช่นกัน

ค่าใช้จ่ายประจำ
    -ค่าอาหาร
    -ค่าโทรศัพท์
    -ค่าเดินทาง
    -ค่าน้ำ,ค่าไฟ
    -ค่าเช่าบ้าน
ล้วนแล้ว แต่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่  ที่บ้างคนอาจทำให้มัน “บานปลายได้” เช่น ไปกินอาหารร้านอาหารบ่อยจนเกินไป

ค่าใช้จ่ายไม่ประจำ (เย้ายวนใจ)
    ค่าใช่จ่ายแบบนี้ ที่จะทำให้เราหมดเงินอย่างมากๆ  เช่น อยากได้รถซักคัน , อยากเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ , อยากไปเที่ยวญี่ปุ่น  ซึ่งเราควรรู้ว่า..เป็นช่วงที่เราสามารถจ่ายได้หรือไม่  ถ้าซื้อรถ เงินเก็บก็ต้องเอาไปผ่อน แถมยังต้องมีค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมัน  ราคาขายต่อตกเกินกว่าครึ่ง
    การจ่ายจึงต้องคิดให้ดี เพราะการเก็บเงินก้อนใหญ่ได้นั้น นั้นต้องสะสมจากเงินก้อนเล็กๆ  หากไม่มีเงินเป็นก้อน  ก็หมดสิทธ์ “หาเงิน” แบบ “เงินต่อเงิน
    ถ้าเพื่อนๆ… ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ “อนทน” มาได้แล้วนั้น.. พร้อมกับเงินเก็บ 1 ก้อน ก็ไปกันต่อเลยครับ…


Advertisements

รวม 10 วิธี “หาเงิน” แบบไม่ต้องลงแรง [ ไขความลับ หาเงินล้านแบบคนรวย ]

1.) กินดอกเบี้ยเงินฝาก
    วิธีนี้แม้จะได้เงินน้อยหน่อยในยุคนี้ แต่ก็ยังพอทำเงินได้บ้าง  หากยอดเงินน้อย  เพื่อนๆ ต้องหาโปรโมชั่นของธนาคารต่างๆ  ที่เขาจะปล่อยออกมาเป็นระยะสั้น เช่น pro 8 เดือน 2.75 % , หากนำฝากปกติ อาจได้แค่ 1 % กว่า ๆ
    “หาเงิน” แบบกินดอกเบี้ยเงินฝาก ความเสี่ยงน้อยมาก แต่อาจได้เงินไม่มาก สำหรับเงินฝากก้อนเล็ก ๆ , ซึ่ง…ต้องมีเงินมากพอสมควร เพื่อให้มีรายได้ เพียงพอต่อ ค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น
    ถ้าฝากเงิน 10 ล้าน ได้ 2.75 %  จะได้ดอกเบี้ยประมาณ 275,000 บาท/ปี , หรือราว 22,916 บาท/เดือน
    ก็น่าพอรายจ่ายแบบสบายๆ

2.) ซื้อพันธบัตรรัฐบาล
    การ “หาเงิน” โดยการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ก็คล้ายกับการกินดอกเบี้ยเงินฝาก แต่จะได้ดอกมากกว่าของธนาคาร อาจราว 5 – 6 % ต่อปี  โดยรัฐบาลเป็นผู้ออกพันธบัตร และ จ่ายดอกเบี้ยให้
    จะออกเป็นช่วงๆ  แล้วแต่รัฐบาลกำหนด ซึ่งระยะเวลา , อัตราดอกเบี้ย จะเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐบาล  ข้าราชการ , ผู้สูงอายุที่มีเงินเก็บ  นิยมวิธีนี้มากๆ  เห็นได้จากที่เมื่อรัฐบาลออกพันธบัตรมาทีไร  ใช้เวลาไม่นานก็ขายหมดทุกที

3.) กินดอกเงินกู้
    “หาเงิน” แบบปล่อยกู้ แล้วกินดอกเบี้ย ทำกันเยอะมาก  ถ้าพวกที่เขามีเงินมากๆ(นายทุน)  จะจัดทีมวิ่งสาย ปล่อยกันเป็นล่ำเป็นสัน ดอกเบี้ยแพงเกิน ไม่ต้องมีอะไรค้ำประกัน ( แต่แบบนี้ไม่แนะนำ ถ้าจะทำ ต้องทำให้ถูกกฎหมายด้วยนะครับ )
    การปล่อยเงินกู้ กฎหมายกำหนดให้คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี , หากเพื่อนๆมีเงินก้อนหนึ่ง จะปล่อยกู้ให้คนรู้จัก , ญาติ , เพื่อนสนิท  ก็ควรคิดดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด และ ทำสัญญาเงินกู้ให้เรียบร้อย มีคนค้ำประกันพร้อม
    สำคัญว่า..คนที่ให้กู้ไป  ต้องเป็นคนที่รับผิดชอบ  , เงินที่กู้เขาจะไปทำอะไร , รักษาคำพูดแค่ไหน , “มนุษย์บ้างคนรักษาคำพูดดั่งขุนเขา ผิดกลับบ้างคน ถ่มน้ำลายยังรดหน้าตัวเอง” การ หาเงิน ด้วยวิธี จึงต้องดูคนให้ออก

4.) รับจำนำของ
    ทองคำ , กระเป๋าแบรนด์ , ของมีค่าไม่ว่าอะไร ก็เอามาจำนำได้  เช่น ผู้เขียนมีเพื่อนอยู่คน 1 เขาร้อนเงิน , ต้องการเงินไปขายของหารายได้พิเศษ เงินไม่มาก 50,000 บาท เห็นจะได้  สัญญาว่าจะเอาไป 1 ปี แล้วจะคืนให้  โดยให้ดอกเบี้ยเดือนละ 1,000 บาท  โดยจะเอาทองคำ มาจำนำไว้ ( แต่ผู้เขียนไม่ได้เอาทองของเพื่อนไว้ครับ อันนี้เป็นกรณียกเว้น แล้วแต่บุคคล ต้องเรียนรู้เอาเองนะครับ )

    หากนำยอดเงิน  มาลองคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อปี จะได้ถึง 24 % ต่อปี  สูงกว่ากฎหมายกำหนดด้วยซ้ำ  แต่เพื่อนกัน เขาสบายใจที่จะจ่ายให้เราแบบนี้  “สัญญาไม่มี มีแต่สัญญาใจ” ซึ่งเขาก็ทำได้ดี  ทั้งที่นำเงินไปขายของแบบแบกะดินเท่านั้นเอง , และโอนเงินเข้าบัญชี ทุกเดือนตามกำหนด จนครบ 1 ปี พร้อมเงินต้น 50,000 บาท อย่างครบถ้วน

เหตุที่ปล่อยให้เขาไป เพราะ
    – เขาเป็นคนรักษาคำพูด “อันไหนทำได้ บอกว่า…ทำได้ อันไหนทำไม่ได้ บอกว่า…ทำไม่ได้”  จำได้สมัยที่เรียนมัธยมด้วยกัน  เขาต้องเป็นคนเก็บเงินกองกลาง จากรายได้ การออกร้านของกิจกรรมโรงเรียน  , ซึ่งเมื่อจบงาน มีเงินเกินมาส่วนหนึ่งหลายพันบาท น่าจะมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น เกินเป้าหมาย

    เพื่อนคนหนึ่งเสนอว่า..ให้เอาแบ่งกัน  แต่เพื่อนคนนี้…กลับบอกว่า “ไม่ได้”  รับปากคุณครูมาแล้วว่าจะดูร้านให้ถูกต้อง ผลประโยชน์จะเอาเข้าโรงเรียนทั้งหมด  พวกเราต้องทำตามนั้น..

    – อีกประการ คือ เขาชอบขายของ ขายอะไรก็ได้ เขาขายได้หมด เข้ากับคนง่าย รู้จักเรียกลูกค้า ทำบัญชีกำไร-ขาดทุน เป็น
จึงไม่แปลกเลยถ้าจะปล่อยเงินกู้ให้เพื่อนคนนี้  “ถึงแม้ฐานะทางบ้านเขาจะมีน้อย แต่น้ำหนักความน่าเชื่อถือเขามีมาก” จึงปล่อยได้เต็มทีเลย  ถ้าเขามาขอมากกว่านี้อีก ก็จะให้อีก  ( แต่คงไม่มาแล้ว เพราะเขาเปิดร้านเป็นหลักเป็นแหล่งไปเรียบร้อย )

5.) รับจำนอง บ้าน , ที่ดิน , รถยนต์
    การ “หาเงิน” ด้วยการรับจำนอง อสัหา ก็คล้ายกับข้อ.4  เพียงเปลี่ยนของที่จะเป็นหลักประกัน เป็น บ้าน , ที่ดิน , รถยนต์ ที่มีมูลค่าสูงกว่า  รายได้จากดอกเบี้ยก็จะสูงไปด้วย
    ทั้งนี้  ต้องรู้จักการประเมินราคา ของ บ้าน , ที่ดิน , รถยนต์  ว่าเหมาะสมที่เท่าไหร  หากเขาไม่ส่งดอกเบี้ยแล้ว  จะต้องนำทรัพยนั้นมาขายต่อ  จะได้ราคาเท่าไหร่

6.) เก็บค่าเช่า
    บ้างคนสะสมเงินจากการทำงาน จนสามารถ ซื้อ ที่ดิน , บ้าน , คอนโด , ตึกแถว แล้วนำมาปล่อยให้เช่าต่อ  เช่น

    เพื่อนผู้เขียน ท่านหนึ่ง มีรายได้ไม่มาก ทำงานประจำ  แต่เขาไปจับอาคารพาณิชย์ โครงการแห่งหนึ่ง เมื่อหลายปีที่แล้วเห็นจะได้  ตอนนั้นเขาเปิดให้จอง 1,000 บาท ส่งเดือนละ 10,000 ต้นๆ

    เพื่อนท่านนี้ เขาใช้วิธี “ปล่อยให้เช่า” แล้วเอาเงินค่าเช่ามาผ่อนต่อ  ส่วนถ้าขาดเหลือ เขาก็เอาเงินเดือนเติมให้เต็มอีกนิดหน่อย ก็ผ่อนได้สบาย  ตอนนี้ได้ยินว่า…ผ่อนหมดไปแล้ว  เก็บค่าเช่าได้ต่อมาอีกไม่นานเท่าไหร่  เขาก็ขายทำกำไร  เก็บเงินก้อนขึ้นมา ได้กำไรไป 2 ล้านบาท เหนาะๆ

 7.) เก็บทอง
    เป็นอีกวิธี “หาเงิน” แบบไม่ลงแรง  แต่ขอบอก  ต้องลงเงินให้เป็นนะครับ  ไม่เน้นเก็งกำไรรายวัน  ให้ใช้วิธีซื้อสะสม  อาศัยผลตอบแทนระยะยาว  เพราะทองคำ ถือยาวๆ  ราคาจะสูงอยู่แล้ว  
    หากย้อนกลับไปประมาณปี 2504 ทองบาทละ 400 บาท , ต่อมาปี 2535 ทองบาทละ 4,000 บาท , และ 8,000 บาท ในปี 2545 จนมาถึงปัจจุบัน ปาไปเกือบ 20,000 บาท  ซึ่งมีหลายๆ คนรวยจากการเก็บทองมาแล้ว

8.) พระเครื่อง
    การลงทุนใน “พระเครื่อง” เป็นอีกวิธีทำเงินมากๆ  ถ้าช่วงไหนบูมมากๆ  ราคาพระเครื่องจะกระโดด  แต่ขอเน้นว่าต้องเป็นพระแท้  เป็นพระที่เขานิยมกัน  สมัยนี้เขามีใบการรันตีพระแท้  จากร้านที่เชื่อถือได้

    อย่างเท่าที่ผู้เขียนเคยจะไปเช่ามาบูชาซักองค์  พระเครื่องระดับกลางๆ  จำได้ว่า องค์ละ 35,000 บาท เมื่อซัก 5 ปี ที่แล้ว แต่ตอนนี้ จะกลับไปเช่า  ร้านเขาว่า 135,000 บาท  โอ้บะเจ้า !  ตอนนั้นเช่าไว้ก็หมดเรื่อง  ตอนนี้ต้องเพิ่มให้เขาอีก 100,000 บาท

สาเหตุ.: เพราะพระดี มีน้อยลงทุกวัน  สมัยก่อนหลวงพ่อดังๆ  ท่านสร้างไว้จำนวนจำกัด นานวัน… ก็ไม่รู้ไปอยู่ในมือใครบ้าง  ชำรุดเสียไปบ้าง  จนทำให้พระที่มีในท้องตลาดน้อยไปเลยๆ  แต่ความต้องการในพุทธคุณ นั้นมีมาก และมากขึ้นทุกวัน  ทำให้ราคาเพิ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้

9.) หุ้น
บ้างคนมองว่า “หาเงิน” วิธีนี้มันเสี่ยง  ก็ใช่นะครับ สำหรับ “คนที่เล่นหุ้น” แต่ไม่ใช่กับ “คนที่ลงทุนในหุ้น” ตัวอย่างที่เขารวยๆ มากๆ  ก็มีเห็นอยู่  อย่างเช่น คุณปู่ warren buffett ลงทุนหุ้นตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตวัยทำงาน  จนเดี๋ยวนี้รวยเป็มหาเศรษฐีของโลก

คุณปู่ บอกถึงเคล็บลับว่า “เราต้องคิดว่า เราเป็นเจ้าของบริษัท” ต้องทำตัวเป็นพนักงานในบริษัทที่เราจะซื้อ  ลองไปเดินดูซิว่า  สินค้าจากบริษัทที่เราจะซื้อหุ้นเขา  ขายของได้ไหม  ขายดีกว่าคู่แข่ง หรือเปล่า

ซื้อแล้ว ต้องหวังกำไร จากกิจการ คือ “เงินปันผล”  
ซื้อแล้ว ต้องถือไปตลอดชีวิต ถ้าหุ้นดี บริษัทดี  จะขายออกไปทำไม
ปัจจุบัน warren buffett มีมูลค่าทรัพยสินล้านหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

10.) เก็งกำไรอสังหา
“ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็ย่อมสูงตามไปด้วยเป็นธรรมดา”
   แต่ “หาเงิน” วิธีนี้  มันทำให้ใครหลายคนรวยมาแล้ว  ไม่ว่าจะเริ่มจากบ้านหลังเล็กๆ , ทาว์เฮาส์มือสอง , ที่ดินผืนใหญ่  ถ้าจับดีๆ  มีหวังทำกำไร ได้เป็นเท่าตัว  แต่มันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบดังนี้

– ค้นหาทรัพย์ ให้เจอ
  บ้านมือสองราคาถูก เทาว์เฮาส์ราคาไม่แพง ที่หลุดจำนองจากธนาคาร  สถาบันการเงินต่างๆ ที่นำมาปล่อยขายทอดตลาด  ยิ่งช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี  ราคาจะตกมากๆ  หากซื้อมาทำกำไร  ในช่วงที่เศรษฐที่เริ่มจะดี กำไรมากกว่ากินดอกเบี้ยหลายเท่าตัว

– ทำเล
 เรื่องนี้ สำคัญเหมือนกัน  หากเพื่อนๆ  จะซื้อบ้านมือซักหลังหนึ่งมาขายต่อ  ก็ลองคิดว่า…ถ้าเราเป็นเจ้าของบ้าน จะต้องการอะไรบ้าง เช่น จะเดินทางเข้า-ออกยังไง , อากาศเป็นไง , มีเสียงรบกวนหรือเปล่า เจอแนวเสียงสนามบิน ใครจะทนไหว , น้ำท่วมหรือไม่  “ถ้าเราอยู่ได้  คนที่มาซื้อเขาก็อยู่ได้”

– สภาวะตลาด
ตลาดอสังหา มีขึ้น-มีลง มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ตัวเลขการส่งออก , อัตราการจ้างงาน , การขยายตัวของเศรษฐกิจ , รัฐบาลลดค่าธรรมเนียมการโอน ,ภัยธรรมชาติ ล้วนแต่มีผลต่อตลาดอสังหาโดยรวม  หากศึกษาไปซักระยะก็จะเข้าใจได้เอง

    10 วิธี “หาเงิน” ที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นแนวทางการหาเงินแบบใช้ “เงินต่อเงิน”  มีเงินเป็นก้อน แล้วทำให้เกิดผลงอกเงย  ซึ่งมีทั้งแบบที่ทำกันอย่าง “ตรงไปตรงมา” และแบบที่ไม่ค่อยจะตรงเท่าไหร่  

   “เงิน” เป็นสิ่งที่จำเป็น  แต่ควรได้มาอย่างมีศักดิ์ศรี , มีความภาคภูมิใจ  ในเม็ดเงินที่เราได้มา  และรู้จักคุณค่าของเงิน ถึงจะเรียกได้ว่า… เป็นสุจริยชน เป็นคนเต็มคน ได้อย่างน่าภาคภูมิ…

เขียนโดย อาซาดะ ริวอิจิ
ลิขสิทธิ์โดย ทำเลขายของ.com
ไม่อนุญาต “คัดลอก” รวมถึงในกรณี ที่จะใส่ลิ้งค์กลับ ก็ไม่อนุญาต เช่นกันนะครับ
อนุญาตให้ “แชร์” ได้ครับ
ขอบคุณครับ

 

copyright

3 Comments on รวม 10 วิธี “หาเงิน” แบบไม่ต้องลงแรง [ ไขความลับ หาเงินล้านแบบคนรวย ]

  1. พึ่งเริ่มทำงานได้ 2 เดือน เอง กินใช้ทุกวันเลย แต่พออ่านบทความนี้จบ สงสัยต้องเริ่มเก็บเงินเสียแล้ว แล้วอีก 10 ปี เจอกัน

  2. หาเงิน ให้ได้ในช่วงเริ่มต้นทำงานซัก 10 ปี

    แล้วค่อยให้เงินทำเงินล้านให้เราอีกที “หาเงินล้าน” ก็ต้องทำได้แน่

    หาเงินง่ายๆ ถ้ารู้จัก วางแผน

    วันนี้ เราจะเริ่มต้นนับหนึ่ง

    ขอบคุณ อาซาดะ มากๆ

    แล้วอีก 10 ปี

    จะมาเม้นท์อีกทีว่าได้ผลอย่างไรบ้างนะ

  3. ช่วยแก้คำผิดเวยนะ เก็งกำไรอสังหา ไม่ใช่เก็รงกำไร

Leave a comment

E-mail ของคุณจะไม่แสดงขึ้นมาก.

*

กรอกเป็นตัวเลข * Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.