ทำบ้านเช่าหลังแรก (ต้นทุนค่าเช่า 300 ฿) มาปล่อย 5,000-10,000 บาท (รูปภาพประกอบเท่านั้น)

ทำบ้านเช่าหลังแรก (ต้นทุนค่าเช่า 300 ฿) มาปล่อย 5,000-10,000 บาท

ทำบ้านเช่าหลังแรก (ต้นทุนค่าเช่า 300 บาท) มาปล่อย 5,000-10,000 บาท

หลังจาก ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด
ทำกิจการอะไรก็ ยังไม่ถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

อาจจะไม่ได้ขาดทุน  มีกำไร แต่รู้สึกว่าไม่พอเพียง ต่อการลงแรง
(ที่สำคัญคือยังไม่รู้สึกพอใจ ชอบ)  จนมาทบทวนดูว่า

เท่าที่ผ่านมา มีกิจการงานอะไรบ้างที่ทำตนเองทำแล้วชอบ ทำแล้วสนุก
ทำแล้วได้กำไร น่าพอใจ ไม่เคยขาดทุนเลย…ก็นึกขึ้นได้ว่า  การทำบ้าน  จะเช่า จะขายก็แล้วแต่

ผมเคยสร้างบ้าน ชั้นเดียว พื้นที่ 70 ตร.ม. พื้นที่ดินทั้งหมด 120 ตร.วา  กะว่าจะอยู่เอง แต่ไม่ได้อยู่
ที่ตจว. ก็เลยให้เช่าถูกๆ  แล้วก็ติดป้ายขาย  พอดีขายได้ กำไรนิดหน่อย 1-2 แสนบาท บ้านพร้อมที่ 9 แสนบาท

พอดีมาเซ้งที่วัด  ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ  ทำเลดีมากใกล้ถนนใหญ่ ใกล้มอเตอร์เวย์ มีนิคมอุตสาหกรรมกำลังสร้างใหม่นิคมเอเชีย  เป็นที่เปล่า บ่อปลาเก่า ต้องถม1เมตรกว่า  …ก็ดูความต้องการของตลาดจาก บ้านเช่า ห้องแถวเต็มหมด

แต่ผมต้องการทำตลาดมีเกรดขึ้นมาหน่อย  ทำสไตล์รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ มีระเบียงรับลม อยู่เป็นครอบครัวทำกับข้าวได้ จอดรถได้  เช่าเป็นหลัง 5,000- 10,000 บาท/เดือน (ตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ใกล้จะเสร็จแล้ว)


Advertisements

ที่มั่นใจเพราะญาติทำบ้านเช่าเป็นหลังให้เช่า  ปรากฏว่าคนเช่าเต็มและยังหาเช่ากันอยู่ ก็เลยทำเองลองดูสักหลัง

สรุปต้นทุน***(ตอนนี้ทำไปได้ 90% แล้ว ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง)

กรณีแรก บ้าน  2 ชั้น 

ค่าเซ้งที่วัด รวมถมดินประมาณ 2 แสน 80 ตร.วา
ค่าก่อสร้างบ้าน  72 ตร.ม. 2 ชั้น  4 นอน 2 น้ำ 1 โถง 1 ครัว 1 ระเบียง  รวมประมาณ 6 แสนบาท

ค่าตกแต่งสวนรอบบ้าน เคลียร์ต้นไม้ ขยะ  ทำ รั้วบ้านต้นไม้ ลวดหนาม ประมาณ 2 หมื่น
รวมต้นทุน  ประมาณ  8.5 แสนบาท
ให้เช่า 10,000 บาท/ด 
ก็จะได้ค่าเช่า ประมาณ 1% ต่อเดือน หรือ 12% ต่อปี
ก็ถือว่า พอใช้ได้ ปานกลาง กับการลงทุน แบบวัวนม(เก็บค่าเช่า) ในอสังหา

กรณีที่สอง บ้านชั้นเดียว

**** แต่ถ้าทำบ้านเช่าชั้นเดียว ระดับค่าเช่า 5,000 บาท
จะได้ผลตอบแทนมากกว่า  หาคนเช่าง่ายกว่า คืนทุนไว
ผมลองคำนวณต้นทุนแล้วว่า
– ค่าเซ้งที่ 50 ตร.วา ประมาณ 150,000 บาท (เป็นการเซ้งต่อจากคนอื่นมือสองราคาขึ้นมา) รวมค่าถมดินบางส่วนเป็นที่จอดรถ
– ค่าก่อสร้าง บ้านชั้นเดียว 2นอน 1น้ำ 1ระเบียง แบบบ้านน้อคดาวน์ โครงเหล็กกล่อง  พื้นวีว่าบอร์ด ผนังไม้ฝาเฌอร่า  หลังคาเมทัลชีทบุฉนวน  ฝ้าฉาบเรียบ  กดเสาเข็มลึก6เมตร  ขนาด 24 ตร.ม.ภายใน  ระเบียงหน้าบ้าน 8 ตร.ม.
  รวมประมาณ 250,000 บาท
-ทำรั้วลวดหนาม จัดสวน 10,000 บาท
รวมต้นทุนทั้งหมด ประมาณ  410,000 บาท

ให้เช่า 5,000 บาท/ด
หักค่าเช่าจากวัด 300 บาท/ด

ผลตอบแทน 1.2% ต่อเดือน หรือ 14% ต่อปี  หรือ 7 ปีคืนทุน
ถ้าขาย/เซ้งบ้าน  ขายสัก 550,000 บาท  กำไรประมาณ 20% ต่อเงินลงทุนทั้งหมด

สนใจตรงเช่าที่วัดนี่แหละ ติดต่อเจ้าอาวาสยังไง ต้องจ่ายค่าคอมมิสชั่นให้ใคร

อ๋อ ผมรู้เพราะมีป้ายให้เช่าคับ พอมีสนามบินก็เจริญขึ้น
ตอนนี้ก็ต้องเซ้งต่อจากคนอื่น ไปโอนสิทธิ์เช่าจากวัดคับ
(เหมือนกันทุกวัด ที่ทรัพย์สินพระมหากษัตริ์ย  ที่เทศบาล)
ตรงที่ดินบางที่ก็มีปักป้ายเซ้ง
ค่าคอมมิสชั่น ไม่มีน่ะคับ เราเป็นผู้ซื้อไม่ต้องจ่ายใคร

ลงทุนแบบนี้ก็ดีนะค่ะ ถ้ามีเงินสดในมือ เกิดต้องการเงินมาลงทุน จะเอาบ้านไปจำนองเพื่อเองเงินมาลงทุนต่อก็ไม่ได้

ถูกต้องแล้วคร้าบบบ
ต้องมีเงินเย็น  แถวนี้จึงมีแต่คนมีกะตังค์ ไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยอย่างที่เจตนารมย์ของวัด
ถ้าเป็น การจอง การซื้อคอนโด หมู่บ้านจัดสรร อาจจะใช้เงินลงทุนน้อยกว่า
วิธีของผม ต้องมีเงินทุนสดเท่านั้น
แต่ก่อนหน้านี้ ทางวัดมีให้ผ่อนชำระด้วยค่าที่ดิน


Advertisements

เซ้งที่วัด 1.5 แสน สัญญากี่ปีคะ

ตลอดชีพ จนกว่าจะไม่จ่ายค่าเช่าหลายปี  ถูกทนายวัดยึดคืน
แต่มีอยู่ที่นึง เป็นตึกแถว 2 ชั้น หลังตลาด ในกรุงเทพ
ผมเซ้งมา 5 แสนกว่า ให้เช่า 5,000 บาท/ด มีคนจีนสำเพ็งมาเช่าอยู่อาศัย
จ่ายค่าเช่า ล่วงหน้า 2 ปีเลย รวม 1 แสนบาท(แถมให้ 4 เดือน)
เคยค้างค่าเช่าวัด 2-3ปี (ลืมจ่าย) ไปจ่ายย้อนหลัง ถูกปรับหลายพันอยู่ แต่ก็ไม่ถูกยึดคืนน่ะคับ
คือ ที่วัด  ที่ทรัพย์สินส่วนพระองค์  ที่เทศบาล  ที่ชลประทาน  ที่ทางรถไฟ ที่ตลาดขายของ…ฯลฯ
ที่ไม่ใช่โฉนด  นส.3 ก็ควรจะต้องทำประโยชน์หรือได้ค่าเช่า ถึงจะคุ้ม  ถ้าจะเก็งกำไร ไม่ค่อยขึ้นคับ และมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน ต่อปี

อย่างที่บางที่ เจริญมาก ทำมาค้าขายได้ แต่เป็นที่วัด ทรัพย์สิน เซ้งกันเป็นหลายล้าน คนก็ยอมเซ้ง  เพราะทำเงินได้มากกว่าล้าน

คนบางคนยึดติดแต่ โฉนด บางทีทั้งชาติก็ไม่มีโอกาสตั้งตัว  บางทีการเช่าอาจจะดีกว่าการครอบครอง

พวกที่วัดจะอยู่ได้ชั่วลูกชั่วหลานนะ ถ้าวัดไม่เอาที่ไปทำอะไร

ใช่แล้วครับ
ปกติเกือบจะร้อย% วัดไม่ไล่ที่ชาวบ้าน และขยายโปรเจคอะไร แสวงหากำไร เพราะไม่ใช่กิจสงฆ์ และชาวบ้านที่เช่าที่สัดก็จ่ายค่าเช่าบำรุงวัด ทำบุญเกื้อหนุนกัน  วัดไม่ไล่ที่ชาวบ้าน

บางที่อาจมีการใช้พื้นที่เพื่อสาธารณะ ก็มีการให้เวลาย้ายยาวนานมาก เป็นหลายปี

ระวังนะ ถมบ่อปลารอดินแน่นก่อนค่อยสร้าง ไม่งั้นมีบ้านทรุดเหมือนโครงการดังเมื่อไม่นานมานี้ นั่นเขาก้อว่าแน่นแล้วนะยังพลาดซะขนาดนั้น

ใช่แล้วคับ
เดี๋ยวนี้ทุกโครงการ บ้านจัดสรร  รีบถม รีบสร้าง รีบโกย รีบรวย ถมไม่เกิน 3 ปีสร้าง จริงๆต้องถมไว้ 3 ปี ผ่านฝน ผ่านรถ จึงจะแน่น

ยิ่งบ้านสมัยใหม่ ทำพื้นติดดิน ยิ่งทรุด แต่แบบบ้านที่ทำ เป็นแบบน้อคดาวน์  กดเข็มลึก โครงเหล็ก พื้นลอย  ใข้พื้นวีว่าบอร์ด ก็เลยเบา ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องทรุด แม้จะทรุดก็ไปพร้อมกันทั้งบ้าน  เพราะเหล็กที่เป็นโครงมีความยืดหยุ่น วัสดุที่ใช้ก็ง่ายๆ โครงสร้างยืดหยุ่น  รับแรงแผ่นดินไหวสบาย

แล้วเซ้งที่วัด คุณไปขายได้ไงล่ะครับ  ขายสิทธิ์การอยู่อาศัยใช่ไหมครับ

ใช่ครับ 
เซ้งสิทธิ์ในการเช่า พร้อมขายบ้าน
บ้านที่ผมกำลังต่อเติม ก็ซื้อมา เซ้งสิทธิ์ต่อ
ที่เลือกที่วัดตรงนี้  เพราะ ไม่มีเงินมากพอจะซื้อที่โฉนด
ราคาไร่ละ 4-15 ล้านบาท และ 1 ไร่ ก็ไม่มีขาย  ขายที 10-20ไร่
และอีกอย่าง สังคม ชุนชนที่มีดีพอสมควร  มีแต่คนทำงานสนามบิน ทำงานทัวร์จีน
มีภัตตาคารจีน ทัวร์จีนมาเช่า หลายเจ้า เศรษฐกิจดีมากๆ ขายของได้ราคามาก
มีช่างรับเหมา  โรงงาน ออฟฟิศ  รวมไปถึงคนดั้งเดิมชาวบ้าน อยู่แบบวิถีชีวิตชนบท
ติดคลอง มีสวน มีบ่อปลา เป็นธรรมชาติ บรรยากาศดีมากๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก  คุณอินเดียน่า
http://pantip.com/topic/33977555

Leave a comment

E-mail ของคุณจะไม่แสดงขึ้นมาก.

*

กรอกเป็นตัวเลข * Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.