bannera1 bannera1 bannera1
เมื่อแม่บอก..ฉันกับแฟน

เมื่อแม่บอก..ฉัน “ให้หยุดทำธุรกิจ” ตอนนี้ขาดทุนไป 5 ล้านแล้ว ,

เมื่อแม่บอก..ฉัน “ให้หยุดทำธุรกิจ” ตอนนี้ขาดทุนไป 5 ล้านแล้ว,

“ประสบการณ์ เป็น สิ่งล้ำค่า”
“แต่ถ้า…อยากได้ ต้องหาเอาเอง”

“บ้างที…มันอาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด”
“ธรรมดา…ของ มนุษย์”

ใครบ้างล่ะ… ที่ไม่อยากได้ดี-มีฐานะ
สามารถดูแล “พ่อ-แม่” และคนในครอบครัว ให้สุขสบาย..

เช่นเดียวกับ…เธอคนนี้ คุณเป้ สาวอุบล..
ที่คิดจะมี…ธุรกิจเป็นของตนเอง

แต่ทุกอย่างไม่มีคำว่าง่าย…
ประสบการณ์ครั้งนี้…ที่กำลังเผชิญอยู่
เธอกำลังสู้…แบบชนิดหลังชนฝา

ไปสัมผัส…ความอดทน, การต่อสู้ , และคราบน้ำตา
ที่ซะวัน…คุณก็อาจได้ เจอ…บ้าง


จุดเริ่มต้นที่ปากเซ… แต่ไฉน มาหยุดที่อุบลหน้อ…

ก่อนตัดสินใจ… ทำธุรกิจ

   เริ่มแรก… แฟนเป้ ซึ่งเป็นคนเกาหลี บินมาหาที่อุบลฯ เพราะเขาจะไปเที่ยวปากเซ (ประเทศลาว) ก็เลยมาลงที่อุบลฯ เป้เลยพาเขาไปเดินเที่ยวที่ “อุบลสแควร์”   เป็นแหล่งกินเที่ยวของชาวอุบลฯ


อุบลสแควร์ แหล่งกินเที่ยวของชาวอุบลฯ


แฟนเป้ ยืนเล่ง… ทำเล  , งานนี้เอาแน่คะ (ภาพในหัวอย่างสวยเลยคะ)

   พอดีเขาเห็นร้านขายเครื่องสำอาง ซึ่งมีประมาณ 2-3 ร้าน ในร้านมีขายครีมบางตัวที่ “ไม่ใช่ของเกาหลี” แต่เอาตัวหนังสือภาษาเกาหลีมาใส่น่ะคะ”   ซึ่งมันอ่านเป็นคำไม่ได้เลย.. ก็คล้ายๆ กับ “กขคง” น่ะคะไม่เป็นคำ เขาเลยบอกว่าของปลอม ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่เครื่องสำอางเกาหลีปลอมทั้งนั้นเลย

   จากนั้นเขาเลยเกิดความคิด อยากมาเปิดร้านที่นี่ซิคะ …. พอเมื่อเขากลับเกาหลี เขาก็เลย…ชวนเพื่อน เขาอีก 2 คน มาร่วมทำธุรกิจด้วยกัน

   คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ เขาอยู่ออสเตรเลียมา 10 ปีคะ แล้วกลับมาเปิดโรงเรียนที่เกาหลี  ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นหุ้นส่วน ที่เปิดร้านเกมส์ ที่เกาหลีร่วมกันกับแฟนคะ

     โดยทั้ง 2 คน ตกลงใจ จะมาเปิดร้านเครื่องสำอางที่เมืองไทยอะคะ

 ไปเกาหลี…หาสินค้า ถึงโรงงานนผลิต

   จากนั้น…แฟนเป้ ให้…เป้บินไปหาเขาที่เกาหลี   ไปดูโรงงานผลิต , ไปพบศาสตราจารย์ ที่เขาสอนสาขาผลิตเครื่องสำอางโดยตรง ที่มหาลัยเซวอน เมืองชองจู คะ

    ต้องเดินเข้าบริษัทโน้น – ออกโรงงานนี้ กันว่าเล่น….หลายที่มากคะ เพื่อหาสินค้าที่ดี เหมาะกับคนไทย สินค้าที่มีคุณภาพจริงๆ โดยที่เป้… ให้เขาทดสอบจากผิวเป้เองเลยคะ เพื่อให้เครื่องสำอางที่ใช้…กับสาวไทยได้ดีคะ

   สุดท้าย…ก็ได้ product ที่ลงตัว เป็นสินค้าแบรนด์ที่มีจำหน่ายในเกาหลี ส่งออกไปหลายประเทศ แบรนด์นี้เขาใช้ในโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ดังที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี สรุปได้มา 24 item

 กลับไทย…ตะลุย ฝัน เยื่อง…นักรบกระหายสงคราม

   พอ…เป้กลับถึงเมืองไทย หุ้นส่วนทุกคนก็บินตามมาดูสถานที่อีกครั้งคะ  เราใช้เวลาเกือบ 2 อาทิตย์ สำรวจตลาดอะคะ วันที่ 30 เม.ย 58 เราก็จัดตั้งบริษัทเลยคะ… ไฟกำลังแรง-ทุกคนเหมือนนักสู้ ที่อยากออกสนามรบเต็มทน…แล้วคะ (หารู้ไม่…ว่าอะไรกำลังจะมาเยือน)

   เราจัดตั้ง…บริษัทในชื่อ บริษัท บิวตี้ รัก จำกัด ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทคะ


ได้มาแล้ว..คะ หนังสือจัดตั้งบริษัท

พอจัดตั้งบริษัทเสร็จ งานยากตามมาอีกมากมายคะ!!!
    – จ้างบริษัทอินทิเรียตกแต่งร้าน เฉพาะบิวท์อิน ไม่รวมเฟอร์ต่างๆ ในร้าน ประมาณ 2 ล้านบาท
    – ซื้อเฟอร์และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าร้าน ค่าทำสัญญา,เงินมัดจำ,ค่าเช่าร้าน ,รวมเช่าเดือนแรกประมาณ 40,000 บาท รวมๆแล้วประมาณอีก 1 ล้าน


แฟนเป้… interior design  ของเกาหลีออกแบบอะคะ 
เค้าคงอยาก…ให้มี กลิ่มอาย “ความเป็นเกาหลี” มากๆ อะคะ


ที่ไหนได้… ช่างเมืองไทย อ่านภาษาเกาหลีไม่ออก
งาน..งอกซิคะ
แก้กันเป็น 10 ครั้ง..คะ  ค่าใช้จ่ายบานคะ

เป้ถึงขนาดต้องมานั่งเฝ้าเลยคะ มาแปลภาษาให้เขาทุกตัว
เพราะผิดไปนิดเดียว…นี่ต้องแก้ใหม่หมดเลย อะคะ

ให้ทางทีมเกาหลี ออกแบบโลโก้ ด้วยคะ

ยังไม่หมดค่ะ…อยากเปิด เป็นร้านศูนย์บริการความงามครบวงจร ด้วยซิคะ งั้นต้องจ่ายเพิ่ม…คะ
– เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำเอสเธติค ทรีทเม้นท์ หน้า-ตัว , อีก 1 ล้าน ค่ะ , ชักเริ่มเยอะ…แล้วนะ
– ป้ายโฆษณาติดรอบเมือง , โบรชัวร์-ธงญี่ปุ่น , สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด อีก 3 แสน
  (อันนี้ จำเป็นคะ เดี๋ยวคนไม่รู้จักร้านเราอะคะ)
-เริ่มแรกจ้างพนักงาน 7-8 คน อยู่ 5-6 เดือนแรก , หมดไปประมาณ 4-5 แสน
  (ตอนนี้ไม่ได้จ้างแล้ว เป้ทำเองกับน้องอีก 1 คน)
– ช่วงแรก…จ้างครูเกาหลีมาสอนทำหน้า-ตัว , เรียนประมาณ 1 เดือน , จ่ายไปอีก 2 แสน

ยังไม่ทันได้เปิดร้าน…ก็หมดไป 4 ล้าน กว่าแล้วคะ
ตอนนี้…คิดแต่ จะเปิดร้านให้เร็วที่สุด…เอาเงินเข้าก่อนคะ , รายจ่ายรออยู่เพียบคะ

 
ช่างเริ่มลุยงานแล้วคะ


ทุบๆ…เปิดช่องตามแบบคะ


เศษปูนผนังกองเพียบเลยคะ


เริ่มกันห้องแล้วคะ…


พวก wall paper ขนมาจากเกาหลีเลยคะ  อยากให้เกาหลีที่สุดๆๆๆ…
แล้วงัยหรือคะ..
ตามมาต่อ..เลยคะ

ยังไม่ทัน…ได้เปิด ก็งานเข้าแล้วคะ

   ประมาณเดือน มิ.ย ของที่จะใช้ในร้าน   จากเกาหลี…ก็มาถึงเมืองไทย แต่เจ้ากรรม…เอาออกไม่ได้ซะงั้น (ฮือๆ… ร้องให้หนักมากคะ) เป้ต้องไปติดต่อศุลกากร 1 เดือนเต็มคะ ลุ้น สุดๆ… เพราะจะเปิดร้านในเดือน ก.ค 58 แล้วคะ…จะทันไหม

   ถ้าไม่ทัน…เสียหายมากค่ะ

   ค่าเช่าร้าน… ถ้าไม่เปิดตามกำหนด โดนค่าปรับอีก ไหนจะ…โบรชัวร์ ป้ายโฆษณาต่างๆ ที่เป้ไปจ้างเค้าทำ ก็ต้องทิ้งหมด เพราะระบุวัน-เวลา เปิดร้าน ไว้

   เดชะ..บุญ ความเพียร…ขอให้เจ้าหน้าที่ เค้าตรวจอีกที ขาดเอกสารอะไร..ก็จะหามาให้ ทำให้ถูกต้อง ในที่สุด…ก็เอาของออกมาได้ ต้องขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่เข้าใจ…ช่วยเร่งให้นะคะ  แถมตอนนี้ยังมาเป็นลูกค้าประจำอีกคะ

 เปิดร้านจนได้… ให้บริการครบวงจร

    ในที่สุด… 1 ก.ค 2558 ก็เปิดร้าน ให้บริการแบบศูนย์บริการความงามครบวงจร มีทั้งสินค้าเครื่องสำอาง กลุ่มบำรุงผิวหน้า ลดริ้วรอย-ขาวใส , มีคอร์สทรีทเม้นท์ ผิวหน้า-ผิวตัว , แถมเปิดบริการทำเล็บด้วยนะคะ จัดหนักเลยคะ


ประชุมพนักงานก่อนเปิดร้าน


มีเทพจาก…เกาหลี มาอบรมด้วยคะ โดนไปซะ 2 แสนคะ
จัดไป….อย่าได้แคร์
เราต้องเน้น…คุณภาพ อ่ะคะ


คนพร้อม,ของพร้อม,ร้านพร้อม …สู้ตายคะ…

   ใช้พนักงาน 7-8 คน เตรียมรับลูกค้าเติมที…
   ผลเป็นไงนั่นหรือคะ…

   เงียบกริ๊บ คะ… ,

ลูกค้าที่กะว่า…จะได้มาจากป้ายโฆษณา ไม่มีเลยคะ
“เครียดซิคะทีนี้”
เครื่องสำอางที่นำเข้ามา ขายไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ เอาไงดี ค่าใช้จ่ายทั้งนั้น!!!!
ตอนนี้หมดเงินไป 5 ล้านแล้ว จะทำยังไง…ละคะคุณ


เปิดทำเล็บด้วยนะคะ แต่ไม่ค่อยมีลูกค้า
ค่าจ้างพนักงานในการทำเล็บก็แพงคะ
สุดท้ายก็ต้องหยุดไปก่อนคะตอนนี้

 

ค่าใช้จ่ายบาน-แต่รายได้ไม่เป็นตามคาด

   ทั้งค่าเช่า , ค่าพนักงาน , ค่าน้ำ-ค่าไฟ ,ค่าใช้จ่ายภายในร้าน เดือนๆ เกือบ 200,000 บาท โดยเฉพาะค่าพนักงาน ทำให้ต้องเลิกบริการทำเล็บ ,ลดพนักงาน แล้วหันมาทำเอง เหลือค่าจ่ายดังนี้
   – ค่าเช่า 40,000/เดือน
   – ค่าพนักงาน 30,000/เดือน
   -ค่าน้ำ ไฟ อินเตอร์เน็ต 20,000/เดือน
   -ค่าใช้จ่ายภายในร้าน 10,000/เดือน
ส่วนรายรับที่ได้ เดือน…ที่เคยได้มากสุด 6 หมื่น , น้อยสุด 8 พันคะ (เศร้า…ร้องไห้หนักมาก )

 

แม่บอกให้หยุดเถอะลูก…

   แม่เป็นคนที่เห็นพัฒนาการของเป้ กับ แฟนมาตั้งแต่ต้น… เดิมที..เป้เปิดร้านกาแฟเล็กๆ ก็มีรายได้พอเลี้ยงพ่อ-แม่ได้ พอแฟนจะเปิดบริษัท ก็เลยปิดร้านกาแฟ แล้วมาทำบริษัทกับแฟนคะ

   ซึ่งพ่อกับแม่ ก็เห็นด้วย… แต่พอเมื่อรู้ว่า ธุรกิจไม่ค่อยดี เห็นลูกสาวกับลูกเขย เครียดมาก… ก็เลยบอก…เลิกทำไหม   เข้าใจความรู้สึกแม่  ว่าแม่เป็นห่วงเราและแฟนมาก “แม่กลัวเราและแฟนจะคิดสั้น ก็เลยบอกให้เราเลิกทำ และปล่อยกิจการทิ้งไปเหอะ ไปทำงานเมืองนอกแล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่ก็ได้ “

   ทุกคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเป้ หรือแม้แต่ครอบครัวเป้เอง ก็พยามยามบอกให้ยอมแพ้คะ เพราะจากที่เป้และแฟนเคยเป็นคนร่าเริง ตอนนี้กลายเป็นคนที่เงียบ นึกถึงแต่เรื่องบริษัท จะทำยังไงให้มีคนรู้จักร้านเรา-รู้จักสินค้าเรา


Advertisements

   เคยมีความรู้สึกอยากยอมแพ้เหมือนกันนะคะ

   แต่มีอยู่…วันหนึ่ง เป้นั่งอยู่ในรถ รถติดไฟแดง ฝนก็ตก เป้มองไปเห็น น้องผู้ชายคนหนึ่ง เค้าขายนมเปรี้ยวคะ เขาพยามเคาะกระจกขายนมเปรี้ยว ให้กับคนนั่งในรถ ฝนตกแรงมาก แต่เขาก็ยังพยายามจะขายนมเปรี้ยวให้หมด

   เป้มีกำลังใจขึ้นมาเลยคะ… เขาลำบากกว่าเราตั้งเยอะ เขาขาดโอกาส เขายังสู้… แต่เรามีทุกอย่าง มีสินค้า มีบริษัทของตัวเอง มีหน้าร้าน เรามีโอกาสมากกว่าเขาตั้งเยอะ ทำไมเราถึงจะยอมแพ้ล่ะ

   เป้บอกพ่อกับแม่ว่า “เป้อยากสู้ต่อ…จนกว่าจะหมดแรง ยังมีอีกหลายทางที่เป้ยังไม่ได้ลองเลยแม่”

 

กลับมานั่ง…คิด ปัญหามีอะไรบ้าง

   จากที่ไม่เคยทำธุรกิจแบบบริษัทมาก่อน… ก็ต้องหัดเรียนรู้

   แฟนเป้และหุ้นส่วนพูดไทยไม่ได้เลย หน้าที่ทุกอย่างจึงตกเป็นของเป้โดยปริยาย เป้ทำเองทุกอย่างในร้านคะ ดูแลลูกค้า ขาย ดูแลทำความสะอาดภายในร้าน ขอ อย.เอง , ทำเอกสาร , บัญชี , ทุกอย่างทำเองหมดคะ

   มานั่งคิดๆ ดู…ปัญหา เรามีอะไร บ้าง..เลยสรุปมาเป็นข้อๆ ดังนี้

1.) ติดป้ายโฆษณาติดรอบเมือง , สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด จ่ายไป 3 แสน
    – แต่กลับไม่ได้ ลูกค้าในส่วนนี้เลย , ลูกค้าที่ได้ กลับเป็นลูกค้าคนรู้จักที่เป้ให้กิฟวอชเชอร์ทำหน้าฟรีไป แล้วกลับมาซื้อ คอร์สต่อคะ แสดงสินค้าใช้ได้ แต่ยังหาตัวกันไม่เจอคะ


ป้ายติดซะรอบเมืองเลยอ่ะคะ

2.) เป้ยังขาดความรู้-ความเข้าใจ ในการทำธุรกิจ ทุกอย่าง เหมือนลองผิดลองถูกเองมาตลอด
    – แต่ก็ถือว่าได้ประสบการณ์มาก , ได้เริ่มเรียนอะไรใหม่ๆ ต้องรู้จักการตลาดให้มากขึ้น
    – บ้างคนก็ว่า ทำ SWOT , STP , 6W1H ด้วยนะ , ก็กลับมาทำการบ้านคะ

3.) ไม่มีคนรู้จักร้าน เพราะทำเลอยู่ในที่ๆ ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน ทำเพจเฟสบุคไม่เป็น สินค้าต่อให้ดีแค่ไหน ถ้าคนไม่รู้จัก เขาก็ไม่ลองอยู่ดีอะคะ

 

แนวทาง…ที่จะปรับปรุงคะ

   ตอนนี้เป้มองเห็นถึงปัญหาแล้วคะ และกำลังพยามแก้ไข อุดรอยรั่วทั้งหมด

   1.) จะ… Re-brand จับกลุ่มเป้าหมาย ผู้หญิงวัยทำงาน 25-55 ปีคะ ,สินค้าจะเน้นลดเลือนริ้วรอย+ขาวใส จับราคาปานกลางไม่ถูก ไม่แพงจนเกินไป
   2.) ตอนนี้เป้จะเข้าไปคุยกับทางทรูซีเล็ค(TrueSelect)   , Target ลูกค้าของเขา ตรงกับสินค้าเรา ทางเจ้าของโรงงานผู้ผลิตสินค้าที่เกาหลี ก็เห็นถึงความตั้งใจจริงของเป้และแฟน เขาจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คะ
   3.) ทางโซเชียลมีเดีย  เป้จะทำใหม่หมดเลยคะ , จะเน้นในส่วนนี้ให้มากขึ้นด้วยคะ

   ทุกวันนี้…ผ่านไปยังมีความหมาย ยังสู้ไม่ถอย… แฟนเป้เป็นกำลังใจสำคัญคะ ในการทำธุรกิจของเรา เวลามีปัญหาเราไม่เคยโทษกันและกัน แต่เราจับมือ-เคียงข้างกัน , สู้ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคะ เ พื่อนๆ ที่อ่านเรื่องของเป้ จบแล้วก็แนะนำได้นะคะ  แล้วธุรกิจมีความคืบหน้ายังไง…จะมารายงานอีกทีนะคะ สู้ไม่มีถอย.. (เป้…คะ)


Advertisements

   ปัจจุบัน…คุณเป้ ยังสู้อยู่ ยังทำทุกวิถีทาง แบบไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ปัญหาที่เข้ามา-กลายเป็ยแบบฝึกหัด ให้แกร่งยิ่งขึ้น ถึงไม่รู้-ก็ศึกษาเพิ่มเติมได้  ถึงไม่เคย…ก็ลองทำดูซะครั้ง  ถึงมันจะพลาด…ก็จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

   อนาคต…ของวันพรุ่งนี้ จะเป็นยังไง…ไม่รู้
   แต่ที่รู้แน่ๆ…วันนี้   ผู้หญิงคนนี้…สู้ไม่มีถอย

เขียนโดย อาซาดะ ริวอิจิ
ลิขสิทธิ์โดย ทำเลขายของ.com
(ข้อมูลลิขสิทธ์จากสัมภาษณ์ คุณกัญจน์รัชต พินธุรักษ์
เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2559 
โดยทีมงาน www.ทำเลขายของ.com )
ไม่อนุญาต “คัดลอก” รวมถึงในกรณี ที่จะใส่ลิ้งค์กลับ ก็ไม่อนุญาต เช่นกันนะครับ
อนุญาตให้ “แชร์” ได้ครับ
ขอบคุณครับ

สามารถติดตาม “Beautyrak” ได้ที่
ข้อมูลธุริจ  

ชื่อธุรกิจ :
Beautyrak
ชื่อเจ้าของธุรกิจ : 
กัญจน์รัชต์ พินธุรักษ์
ที่อยู่ : โครงการอุบลสแควร์  อุบลฯ
tel :  094-281-4055
tel : 
045-312166
website :

FB:
ศูนย์บริการความงามครบวงจร เวชสำอาง By ทีมวิจัยจากเกาหลีใต้
(https://www.facebook.com//Beautyrak/)

copyright

Leave a comment

E-mail ของคุณจะไม่แสดงขึ้นมาก.

*

กรอกเป็นตัวเลข * Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.